ตามจริงเรื่องของที่ว่าง ทางไทย นี้เคยเขียนไว้ในหัวข้อเรื่อง สถาปัตยกรรมไทย ผังอาราม สู่ความสงบงาม (คลิกอ่าน) มาแล้ว แต่ครั้งนี้จะขอเขียนอีกครั้งเพื่ออธิบายให้เห็นภาพให้ชัดขึ้น ร่วมกับ การเชื่อมโยงที่ว่างทางไทย กับประสบการณ์ธรรมดาที่ผู้คนทั่วไปพบเจอได้อยู่แล้ว อันเป็นความเชื่อมโยงกันทางความรู้สึก
ในงานสถาปัตยกรรมไทยตามแบบแผนที่มีมา อาคารโดยมากจะได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ว่าง อยู่โดยรอบตัวอาคาร นั้นๆ (ทำให้อุโบสถหรือวิหาร และอาคารต่างๆ มีอาณาเขตที่ชัดเจน) เพื่อให้ผลทางความรู้สึกต่อผู้เข้ามายังบริเวณนั้นอาคารที่ได้รับการออกแบบสร้างสรรค์ในวัด ดังที่ได้เคยเขียนไว้ในบทความอื่นๆ แล้วว่าสถาปัตยกรรมไทย อันเป็นศาสนสถานมีหน้าที่ในการทำงานสองส่วนสำคัญคือ ในระดับกายภายใช้งานปกติระดับหนึ่ง กับในระดับการใช้งานเชิงจิตวิญญาณอีกระดับหนึ่ง
ที่ว่างที่ได้รับการจัดวางให้เกิดขึ้นในงานสถาปัตยกรรมไทย ก็ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการทำงานของอาคารหลักด้วยเช่นกัน ตัวที่ว่างเอง มีฟังก์ชั่นของเขา เช่นที่ว่างรอบอุโบสถ เป็นพื้นที่ทางกายภาพของการเดินประทักษิณในวันสำคัญทางศาสนาเป็นระดับที่หนึ่ง
นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ในการอุ้มชู ส่งเสริม ให้อาคารนั้นๆ มีความสง่างาม โดดเด่น และให้ผลเชิงความสงบที่กระทบกับใจเราเมื่อเข้าสู่อาณาบริเวณ ( ที่ถูกอุโบสถกางอาณาเขตที่ว่างนั้นไว้ ) ในระดับที่สอง

ภาพ : พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร แสดงให้เห็นถึงการเว้นที่ว่างภายนอกเพื่อสร้างความรู้สึกทางอารมณ์อันสำคัญก่อนการเข้าถึงภายใน
ถอยออกมาดูเป็นภาพใหญ่ จะเห็นว่าพื้นที่ว่างดังกล่าว ร่วมกับระเบียบที่ได้รับการออกแบบนั้น ทำให้วัดเสมือนตัดขาดออกจากโลกในทางกายภาพที่วุ่นวาย เข้าสู่กายภาพของวัดที่มีความสงบ ก่อนที่จะตัดเข้าสู่ความสงบอันแท้จริงในใจอันเป็นโลกทางจิตวิญญาณที่แยกออกจากกายภาพภายนอก

ภาพ : กราฟฟิก แสดงตัวอย่างของพื้นที่ของพุทธสถานโดยมาก ที่ด้รับการจัดวางที่ว่างร่วมกับการจัดระเบียบในภาพรวม ทำให้เสมือนหนึ่งเป็นบริเวณที่ตัดขาดจากโลกในเชิงกายภาพอย่างชัดเจน
การมองผังเมืองจากภาพอากาศจะเห็นได้ชัดเจนมากว่า พื้นที่ทางจิตวิญญาณมีความพิเศษและแตกต่างไปจากผังอาคารโดยทั่วไป ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นของอาคารบ้านเรือน จะยิ่งเห็นชัดถึงความพิเศษของการสร้างที่ว่างในลักษณะนี้ และแน่นอนว่าเมื่อผู้คนได้พาตัวเองผ่านเข้าไปในพื้นที่ของพุทธสถาน ย่อมสัมผัสได้ถึงความสงบ อันเกิดจากการจัดระเบียบร่วมที่ว่าง
โดยสรุปแล้ว ที่ว่างภายนอกอาจได้รับการออกแบบให้ค่อยๆ คลายความกดดัน หรืออัดแน่นในใจเราลง ในทีแรก ต่อมาก็ผ่านเข้าสู่ระเบียงคด(ในบางวัด) และขึ้นสู่อุโบสถที่บางแห่งยังมีเฉลียงรอบ หรือแม้แต่มุขหน้าก่อนเข้าสู่ภายใน ซึ่งทำหน้าที่เป็นการคลายความรู้สึกในระดับที่สอง ครั้นเมื่อเข้าสู่ภายในก็จะพบกับที่ว่างต่อหน้าพระประธานในลำดับที่สาม เมื่อนั่งลงต่อหน้าพระประธานและสวดมนต์อธิษฐาน ที่ว่างในตัวเรา(ในจิตเรา)จะทำงานต่อในระดับที่สี่
นับเป็นการส่งต่อการทำหน้าที่ปลอบประโลมใจนับแต่แรกเข้าสู่วัดวาอาราม ให้เกิดการเตรียมพร้อมทางความรู้สึกขั้นต้น จนเข้าสู่ภาวะที่พร้อมต่อการปฏิบัติในพื้นที่สำคัญในอาคาร
พื้นที่ภายนอกนี้เองเป็นพื้นที่ที่ทำงานเบื้องหลังเงียบๆ ให้กับสภาวะจิตของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย

ภาพ : ลำดับการสร้างที่ว่างจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่ภายใน ของอาคารสำคัญในวัด เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การสร้างความสงบในใจได้ก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาพ : พื้นที่ว่างภายในอุโบสถ ทำงานร่วมกับองค์ประกอบทางการออกแบบอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างความรู้สึกที่ต้องการ
ที่ว่างภายในอุโบสถ ในงานแบบแผนเดิม จะมีผนังที่มีงานจิตรกรรมฝาผนังสีโทนเข้มทึม และอาจแต่งแต้มความสำคัญด้วยลายทองในจุดสำคัญบางส่วน แต่ก็มิได้ทำให้บรรยากาศรวมเสียหาย รวมถึงพื้นที่ห้วงลึกใต้หลังคา(ตามแบบแผนงานโครงสร้างสมัยก่อน) ที่มีงานจิตรกรรมสำคัญเป็นดาวเพดาน ลักษณะดาวเล็กล้อมดาวใหญ่ และลายตกแต่งประกอบ ที่สร้างระบบจักรวาล อันเป็นอนันต์ ลอยอยู่เบื้องบน และยิ่งถ้ากำหนดความสำคัญของที่ว่างด้วยแสงเทียนหน้าองค์พระก็จะทำให้มิติ เบื้องบนนี้ ปรากฏผลเป็นภาพดาวที่ใกล้ไกล และหายไปในความมืดของหลืบหลังคาในที่สุด บรรยากาศทั้งหมดดังว่านี้ ผลักให้องค์พระพุทธรูปปรากฏเด่นชัดในท่ามกลางที่ว่างนั้น และทำให้ที่ว่างนี้มีความศักดิ์สิทธิ์และตัดตัวเราให้ขาดออกจากโลกทางกายภาพได้อย่างสมบูรณ์

ภาพ : การสร้างความเข้มข้นของความรู้สึกที่มีต่อที่ว่าง ด้วยการจัดวางองค์ประกอบขนาบ เสริมความสำคัญของพระประธาน หรือสิ่งที่ต้องการให้ความสำคัญสูงสุด ช่วยทำให้มีความสงบมั่นคงมากยิ่งขึ้น
และเพื่อให้ที่ว่างที่ได้รับการออกแบบมีความสงบมั่นคงเข้มข้นมากยิ่งขึ้น การออกแบบจัดวางองค์ประกอบเสริมในลักษณะวางคู่ขนานขนาบข้างองค์ประกอบหลัก จึงได้รับการออกแบบเพิ่มเข้ามา องค์ประกอบเหล่านี้มีความสำคัญในการช่วยสร้างความรู้สึกไม่แต่เพียงความสงบเท่านั้น แต่บางครั้งให้ผลในความสำคัญอย่างยิ่งยวดแก่พระธานอย่างสูงสุดได้ด้วย
องค์ประกอบเสริมทั้งหมดนั้นต้องออกแบบจัดวางให้อยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะพอดี ไม่เช่นนั้นจะอาจส่งผลในการลดทอนคุณค่าความสำคัญ หรือแม้กระทั่งความสงบเองได้ด้วย เรื่องนี้ครูช่างทางไทย ได้ศึกษาเรียนรู้และทดลองจนแจ้งประจักษ์ดีแล้ว จึงปรากฏเป็นผลงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่าปรากฏอยู่ ในวัดวาอารามมากมายหลายแห่ง ทำให้ผู้เข้าไปในพื้นที่นั้นๆ สัมผัสถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการออกแบบทางกายภาพ ตามที่ผู้ออกแบบต้องการได้ อยู่ที่ผู้สนใจจะได้สังเกตมากน้อยเพียงไร พุทธศิลปในวัดวาอารามที่มีมาแต่โบราณ จึงมีความลุ่มลึกทางความรู้สึกสัมผัสต่างไปจากวัดแบบใหม่ ที่อาจลืมความสำคัญเชิงจิตวิญญาณนี้ไป
ความเรียบง่ายของการจัดวางองค์ประกอบอาคาร และที่ว่างต่างๆ ในพื้นที่พุทธสถานนี้ จึงมีความสำคัญอย่างมาก
ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยได้ไปบรรยายที่กรมโยธา (แทนอาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งติดภาระกิจทำให้ไม่สามารถไปบรรยายได้) มีผู้เข้าร่วมฟังบรรยายสอบถามว่า ทำไมวัดเราไม่ออกแบบให้มีความแปลกใหม่เร้าใจแบบที่ต่างประเทศทำ หรือ ทำให้ฉวัดเฉวียนน่าสนใจแบบสถาปนิกระดับโลก อย่างฮาดิดทำบ้างล่ะ
สิ่งที่เขียนไปข้างต้นคือคำตอบนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าออกแบบให้แปลกไปจากที่เป็นไม่ได้ แต่ควรออกแบบแล้วให้ผลทางความรู้สึก ที่พร้อมต่อการสัมผัสรู้และส่งเสริมให้นำไปสู่การปฏิบัติในสภาวะทางจิตได้ต่อไป
นอกจากนั้นศิลปกรรมที่ทำหน้าที่อธิบายตัวตนของศาสนสถาน ทั้งช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ก็อาจไม่จำเป็นหากเข้าใจว่างานออกแบบ ให้ผลต่อความรู้สึกได้เป็นอย่างดีแล้ว
รศ.ฤทัย ใจจงรัก ศิลปินแห่งชาติ เคยกล่าวกับผู้เขียนว่า “สถาปัตยกรรมไทยน่ะ ออกแบบให้ไม่ต้องมีองค์ประกอบอย่างที่ทำๆกันมาเลยก็ได้นะประกิจ”
ที่ว่างมีความสำคัญและให้ผลต่อความรู้สึกของผู้เข้าไปในพื้นที่อันสงบเงียบของวัด อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยได้เข้าใจ แต่ตามจริงแล้ว ที่ว่างกับความรู้สึกในนทำนอง ความสงบนั้น ก็สามารถรับรู้ได้จากพื้นที่อื่นๆ ด้วยเช่นกัน เพียงแต่เราอาจไม่ทันได้สังเกต
เช่นว่า ไปยืมอยู่ริมชายหาด ด้วยบรรยากาศที่ว่างอันกว้างใหญ่ ผสานกับเส้นขอบฟ้าอันเป็นเส้นตรงแนวนอน คือที่ว่างที่ช่วยให้เราเกิดความสงบโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน (เส้นสายแนวนอนนี้ ให้ผลมาก ในประเทศญี่ปุ่น วัดของเขาก็ให้ผลทางความสงบในใจได้ จากองค์ประกอบเหล่านี้)

ภาพ : ที่ว่างชายทะเล เมื่อเรามองเห็นจะมีผลต่อความรู้สึกในเชิงสงบนิ่งด้วยเช่นกัน

ภาพ : วัดโอตานิ ฮอนเบียว เกียวโต ประเทศญุี่ปุ่น ที่ว่างและองค์ประกอบวัดในญุี่ปุ่นโดยมาก ก็ให้ผลทางความรู้สึกสงบนิ่งเช่นกัน
ทำไมคนอกหัก หรือมีเรื่องทุกข์กังวลใจ ชอบไปนั่งเงียบๆ ที่ริมทะเล สภาพแวดล้อมที่นั่น ส่งเสริมการบันดาลใจให้เกิดความสงบผ่อนคลายใช่หรือไม่
ครั้งหนึ่งผู้เขียนไปพักโรงแรมแห่งหนึ่งกับครอบครัว พ่อของผู้เขียนได้กล่าวว่า ห้องนี้โล่งสะอาดตา ไม่มีของเต็มไปหมดเหมือนที่บ้าน ดูแล้วสบายใจดี คำว่าสบายใจดี คือที่ว่างที่มีความเป็นระเบียบนั้นให้ผลทางความรู้สึก
บนโต๊ะทำงานของผู้เขียนเอง ที่มักจะรกมาก หากจัดระเบียบโต๊ะขึ้นมาเมื่อไหร่ ให้มีที่ว่างมากกว่าของที่กองเต็มไปหมด วันนั้นก็จะรู้สึกสงบด้วยเช่นกัน
และโต๊ะทำงานตัวเดิมนี้ในยามค่ำ หากเปิดโคมไฟส่องเฉพาะพื้นที่ทำงานบนโต๊ะ และในห้องปิดไฟหมด จนบรรยากาศรอบโต๊ะถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดไปหมด จนเสมือว่าสภาพแวดล้อมรอบโต๊ะได้ถูกตัดขาดแยกออกไป ที่ว่างอันเกิดจากแสงโคม ก็เป็นตัวกางอาณาเขตกำหนดให้เรามีสมาธิกับงานบนโต๊ะนั้นได้ด้วยเช่นกัน ถ้าเช่นนั้นแสงก็เป้นตัวสร้างที่ว่างให้เกิดความสงบได้ด้วย (ในทำนองเดียวกับแสงสว่างที่ถูกกำหนดให้ปรากฏในอุโบสถ)
แม้แต่หนังสือที่มีการวางตัวอักษรลงไปบนหน้ากระดาษ และไม่ลืมที่จะทิ้งที่ว่างไว้ ก็ช่วยสร้างความรู้สึกสงบผ่อนคลายได้ วรรณกรรมเล่มหนึ่งเรื่อง “เจ้าจันทร์ผมหอม” ของมาลา คำจันทร์ ฉบับพิมพ์ครั้งแรกๆ ก่อนได้รับรางวัลซีไรต์ ผู้เขียนซื้อมาอ่านตอนเด็กๆ แล้วรู้สึกประทับใจอย่างมาก เหตุเพราะการวางเลย์เอาท์ให้อักษรจมลงไปในความว่างของหน้ากระดาษ สายตาที่ไล่ไปตามอักษรแต่ละบรรทัด ได้รับการส่งเสริมด้วยที่ว่างบนกระดาษขาวที่อยู่ถัดออกไป ทำให้รู้สึกเสมือนหลุดหรือตัดขาดออกจากสภาวะที่อยู่รอบๆตัวตรงนั้นได้อย่างน่าประหลาด
หากเรานั่งอยู่กับใครสักคน แล้วที่ว่างทางคำพูดดังก้องอยู่ระหว่างกันและกัน บรรยากาศระหว่างคนที่แม้จะนั่งอยู่ใกล้กันนั้น ก็อาจถูกตัดขาดด้วยที่ว่างของคำพูด ให้ดูเหมือนห่างกันไกลได้ เว้นแต่ทั้งสองคนนั้นจะมีหัวใจที่ผูกพันกัน ที่ว่างทางคำพูดที่เงียบสงบนั้นก็กลับจะผูกทั้งสองคนเข้าไว้ด้วยกันได้
ฉะนั้นแล้วที่ว่าง เป็นสิ่งที่เรารู้จักดีอยู่แล้วจากสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ตัวเราเอง และในวัดวาอารามก็เป็นพื้นที่ ที่ควรส่งเสริมให้เกิดการจัดระเบียบภายในวัดให้เป็นเช่นนั้น
เคยมีวัดแห่งหนึ่งที่สร้างอาคาระเกะระกะ จนไม่รู้เขตพุทธาวาส สังฆาวาส หรือในแต่ละเขตมีการสร้างเสริมอาคารต่อเติมไปจนหาระเบียบผังอาคารโดยภาพรวมไม่เจอ นี่คือการลดทอนความสามารถเชิงพื้นที่ต่อผู้คน ที่จะเข้าไปหาความสงบในวัดอย่างไม่ต้องสงสัย ตัวผู้เขียนได้มีโอกาสช่วยงานอาจารย์วนิดา และได้เห็นอาจารย์ทำการออกแบบปรับผังให้ใหม่ ผลปรากฏว่ามีคนเข้ามาที่วัดแล้วต้องเดินย้อนกลับออกไปที่ปากซอย เพื่อถามร้านค้าว่าวัดเดิม(ที่ระเกะระกะ) หายไปไหน แม่ค้าตอบกลับมาว่า ก็วัดที่เข้าไปเห็นนั้นล่ะ เพียงแต่ตอนนี้ได้รับการปรับปรุงไปแล้ว ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ดูสงบ สะอาดตาไปมาก จนนึกว่ามาผิดวัด
ความสำคัญของที่ว่างเป็นดังที่กล่าวมา และตามจริงก็ใกล้ตัวทุกๆ คน เพราะได้สัมผัสที่ว่างที่สร้างความสงบให้แก่เรามาแล้วทั้งนั้น พุทธศาสนสถาน เป็นพื้นที่อันสำคัญที่ควรต้องสร้างความสงบให้แก่ผู้เข้าถึง เพื่อปลอบประโลมความคิดความรู้สึก หรือความวุ่นวายที่ประสบอยู่ในชีวิตแบบโลกๆ และถ้าหากนอกเหนือจากที่ว่างอันสงบ ยังมีศิลปกรรมที่ดีงามอีกด้วย ย่อมทำให้ผู้คนได้เข้าถึงความสงบงาม ที่จะสร้างความเบิกบานให้เกิดขึ้นในใจด้วยเช่นกัน
ความงามที่ดี มิใช่ความงามที่ดูแล้วนึกทำเอาเองตามอำเภอใจ หาไม่แล้ว บางประเทศที่ชอบใจศิลปสถาปัตยกรรมประเทศหนึ่งก็จะไปลอกเอามาทำตามความคิดของตน ซึ่งแน่นอนว่า ลอกแล้วย่อมไม่อาจได้คุณค่าของศิลปกรรมที่ถูกต้องดีงามติดมา ได้มาแต่เปลือกที่ผิดเพี้ยนทั้งรูปแบบ ผิดเพี้ยนทั้งสัดส่วน และผิดเพี้ยนในสุนทรียภาพอันถูกต้องตามหลักศาสตร์ศิลป์ การสร้างสรรค์งานศิลป์ระดับเทพทั้งหลายในโลกที่เห็น จึงเกิดจากการบ่มเพาะ ถ่ายทอด จากครู จากรุ่น สู่รุ่น หาใช่ทำไปตามอำเภอใจได้ เว้นแต่ผู้นั้นจะเป็นอัจฉริยศิลป์โดยแท้
ความสงบงาม ที่พบได้ในวัดวาอาราม อาจสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสถานที่อื่นๆ ที่ต้องการให้ผลทางความรู้สึกในทำนองเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ ที่เกี่ยวเนื่องทางความรู้สึกเชิงจิตวิญญาณ หวังว่าข้อเขียนนี้จะทำให้ผู้คนได้กลับบ้าน แล้วได้มองเห็นที่ว่างอันสงบงามที่อยู่รอบๆ ตัวได้ และที่แห่งนั้นจะได้ช่วยปลอบประโลมใจ ให้เข้าถึงความสงบ และผ่อนคลายจากภาระหน้าที่ในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี และอาจบางทีความสงบงาม อาจมีอยู่ในใจคนบางคน ที่เป็นเสมือนสถานที่ให้ใครบางคนได้เข้าไปพักใจ และเป็นที่ว่างอันสงบงามให้ผ่อนคลายได้ด้วยเช่นกัน

ภาพ : ไม่มีคำบรรยาย
ขอขอบคุณภาพกราฟฟิก : พนิดา จันทร์วีนุกูล
TAG:

